ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๘
ดาวน์โหลดข้อบังคับฉบับเต็ม (PDF)โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยในมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ จึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้
ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
ในข้อบังคับนี้
- “ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- “การวิจัย” หมายความว่า กระบวนการหาความรู้อย่างมีระเบียบหลักเกณฑ์ทางวิชาการซึ่งมีกำหนด แนวคิดทฤษฎีการใช้ข้อมูล การแปลความหมายและอธิบายข้อมูลเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ รวมทั้งการสร้างความรู้ใหม่ขึ้นจากความคิดร่วมกับข้อมูลใหม่
- “นวัตกรรม” หมายความว่า กระบวนการ วิธีการจัดการ หรือรูปแบบการให้บริการ ที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ทางวิชาการหรือการวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ การบริหารจัดการ หรือการพัฒนาชุมชน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติได้
- “คณะผู้วิจัย” หมายความว่า หัวหน้าโครงการวิจัย ผู้ร่วมวิจัย ที่ปรึกษา ผู้ช่วยวิจัย หรือ ผู้ปฏิบัติหน้าที่อื่นในโครงการวิจัย ที่ระบุไว้ในประกาศโครงการวิจัยหรือในข้อเสนอโครงการวิจัย แนบท้ายสัญญาให้เป็นผู้ร่วมโครงการวิจัย
- “หัวหน้าโครงการวิจัย” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือผู้ที่มหาวิทยาลัยได้เชิญหรือมอบหมายหรือให้ทุนมาปฏิบัติงานวิจัยของมหาวิทยาลัยซึ่งมีหน้าที่บริหารโครงการวิจัย
- “กองทุน” หมายความว่า กองทุนสนับสนุนการวิจัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- “เงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินกองทุน ววน.” หมายความว่า เงินอุดหนุนการวิจัยที่ได้รับจัดสรรจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- “เงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้มหาวิทยาลัย” หมายความว่า เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติเพื่อเป็นทุนอุดหนุนการวิจัย
- “เงินอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย” หมายความว่า เงินอุดหนุนการวิจัยที่ได้รับจากบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรภายนอกมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่ง หรือประกาศเพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
หมวดที่ ๑
คณะกรรมการ
ให้มีคณะกรรมการบริหารการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้ง โดยการเสนอแนะของผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ประกอบด้วย
- (๑) รองอธิการบดีที่กำกับดูแลงานสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นประธานกรรมการ
- (๒) รองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี เป็นรองประธานกรรมการ
- (๓) ผู้แทนคณาจารย์ไม่เกินสองรูปหรือคน เป็นกรรมการ
- (๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสองรูปหรือคน เป็นกรรมการ
- (๕) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
- (๖) รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้อีกสองรูปหรือคน
คณะกรรมการตามข้อ ๖ มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจจะได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
- (๑) มรณภาพหรือตาย
- (๒) ลาออก
- (๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการในประเภทนั้น
- (๔) อธิการบดีมีคำสั่งให้ออก
ในกรณีที่กรรมการ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแทนแล้ว ให้กรรมการผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้และให้กรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ในกรณีที่กรรมการ พ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้รับการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่แล้ว
คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจดังนี้
- (๑) กำหนดนโยบายด้านการวิจัยให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
- (๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการวิจัยของมหาวิทยาลัย
- (๓) ให้ความเห็นชอบโครงการวิจัย
- (๔) กำกับ ติดตามและประเมินผลโครงการวิจัย
- (๕) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือการวิจัยกับบุคคลหรือองค์กร ทั้งภายในและภายนอก
- (๖) พิจารณาให้รางวัลผลงานวิจัยและนักวิจัยของมหาวิทยาลัย
- (๗) พิจารณาแนวทางและกำกับติดตามการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
- (๘) ออก ประกาศ หรือกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
- (๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน หรือผู้ประสานงาน เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
- (๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่มหาวิทยาลัยมอบหมาย
ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมตามข้อบังคับนี้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนหรือเบี้ยประชุมหรือค่าสมนาคุณตามข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของมหาวิทยาลัย
การประชุมของคณะกรรมการ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัยมาใช้โดยอนุโลม
หมวด ๒
เงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม
เงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมมีสามประเภท ได้แก่
- (๑) เงินอุดหนุนการวิจัยจากกองทุน ววน.
- (๒) เงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้มหาวิทยาลัย
- (๓) เงินอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย
การจัดสรรเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้ดำเนินการดังนี้
- (๑) การจัดสรรเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามข้อ ๑๑ (๑) ให้เป็นไปตามที่กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กำหนด
- (๒) การจัดสรรเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามข้อ ๑๑ (๒) ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และต้องไม่น้อยกว่าสองหมื่นห้าพันบาทต่อโครงการวิจัย ทั้งนี้ต้องไม่เป็นเงินอุดหนุนของผู้วิจัยหรือคณะผู้วิจัยเอง
การเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามข้อ ๑๑ ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
การโอนงบประมาณอุดหนุนให้แก่มหาวิทยาลัย หรือค่าธรรมเนียมการบริการวิชาการ หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ จากโครงการวิจัย ให้ดำเนินการตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
หมวด ๓
การเสนอโครงการวิจัย
ผู้มีสิทธิเสนอโครงการวิจัย ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- (๑) เป็นบุคลากรสายวิชาการหรืออาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัย
- (๒) มีความรู้ความสามารถหรือความชำนาญตามสาขาที่ทำการเสนอโครงการวิจัย
- (๓) ไม่เป็นผู้รับเงินอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเกิน ๒ โครงการในปีงบประมาณเดียวกัน เว้นแต่ได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัย
- (๔) ไม่เป็นผู้เคยมีประวัติเพิกเฉย ละทิ้ง ผิดสัญญา หรือยกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ย้อนหลัง ๓ ปี
- (๕) กรณีอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ๑๖ ได้ ให้เสนอคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ
การขอรับเงินสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้ผู้วิจัยจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยพร้อมงบประมาณตามแบบที่มหาวิทยาลัยหรือแหล่งทุนกำหนด กรณีเงินอุดหนุนการวิจัยตามข้อ ๑๑ (๒) ผู้ให้ทุนจะต้องแสดงแผนการใช้จ่ายเงินตามรูปแบบของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS) และแสดงหลักฐานทางการเงินเชิงประจักษ์เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา
ผู้วิจัยแต่ละรูปหรือคนจะต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการวิจัยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของโครงการ เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
ให้มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสองรูปหรือคนที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาที่ทำการวิจัยทำหน้าที่ตรวจพิจารณา รายงานความก้าวหน้า รายงานวิจัยฉบับร่างสมบูรณ์ และรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับโครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติแล้ว จะกระทำมิได้ เว้นไว้แต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีผู้วิจัยที่ได้รับทุนไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญารับทุนหรือผิดสัญญารับทุนข้อใดข้อหนึ่ง มหาวิทยาลัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญารับทุน และเรียกคืนเงินที่ได้จ่ายให้แก่ผู้วิจัยไปแล้ว รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้วิจัยได้
โครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากแหล่งทุนอื่น ให้ผู้ที่ได้รับทุนนั้นรายงานแก่สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ทราบ พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป การบริหารการวิจัยและการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้วิจัยให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ให้คำนึงถึงการบริหารการวิจัยตามที่แหล่งทุนกำหนด
หมวด ๔
การดำเนินการโครงการวิจัย
หากมีกรณีหนึ่งกรณีใดเกิดขึ้น ให้ผู้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยปฏิบัติดังต่อไปนี้
- (๑) ในกรณีที่ผู้วิจัยคาดว่า จะไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดในสัญญารับทุน ให้ผู้วิจัยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติขยายระยะเวลาก่อนสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาไม่น้อยกว่าหกสิบวัน หากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่า มีเหตุผลและความจำเป็นให้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้ตามความเหมาะสม
- (๒) ในกรณีที่มีเหตุทำให้ไม่สามารถดำเนินการโครงการวิจัยต่อไปได้ ให้ผู้วิจัยชี้แจงเหตุนั้นพร้อมรายงานผลการดำเนินงานการวิจัยที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และรายงานการรับจ่ายเงินต่อสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เพื่อเสนอคณะกรรมการขออนุมัติยุติโครงการวิจัยภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีเหตุนั้นเกิดขึ้น หากคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า ผู้วิจัยไม่สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ ให้ยุติโครงการวิจัย
ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยต่อไปได้ โดยมิได้เกิดจากความผิดของผู้วิจัย ผู้วิจัยไม่ต้องคืนเงินในส่วนผลงานวิจัยที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ให้คืนเงินในส่วนที่คงเหลืออยู่ พร้อมทั้งผลงานวิจัยหรือผลผลิตที่เกิดจากโครงการวิจัยที่ดำเนินการไปแล้วให้แก่มหาวิทยาลัย
ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยต่อไปได้ เนื่องจากความผิดของผู้วิจัย ผู้วิจัยต้องคืนเงินทั้งหมดที่ได้รับไปแล้ว พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อปี พร้อมทั้งผลงานวิจัยหรือผลผลิตที่เกิดจากโครงการวิจัยที่ดำเนินการไปแล้วให้แก่มหาวิทยาลัย และผู้วิจัยจะยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนวิจัยไม่ได้ เป็นระยะเวลา ๓ ปี นับตั้งแต่วันยุติโครงการวิจัย คณะผู้วิจัยต้องร่วมกันรับผิดชอบตามสัญญา รวมทั้งค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการดำเนินโครงการวิจัย
โครงการวิจัยที่คณะกรรมการสั่งให้ยุติโครงการวิจัย หน่วยงานที่ให้ทุนจะต้องนำเงินงบประมาณของโครงการนั้นทั้งหมดอุดหนุนเข้ากองทุนสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัย เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
เมื่อโครงการวิจัยแล้วเสร็จให้ผู้วิจัยจัดส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์พร้อมผลผลิตของโครงการวิจัยนั้นต่อมหาวิทยาลัย พร้อมรายงานการรับจ่ายเงินและส่งคืนเงินเหลือจ่ายแก่มหาวิทยาลัยตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด เมื่อมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการตรวจสอบรายงานการวิจัยและรายงานการรับจ่ายเงินแล้วเห็นว่าถูกต้องสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยจะแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้รับทุนทราบ
งานวิจัย นวัตกรรม หรือผลผลิตที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย ข้อมูลที่จัดทำขึ้นไว้ในการดำเนินการวิจัยไม่ว่าในลักษณะใด รวมทั้งทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการวิจัย ผลผลิตหรือผลงานที่เกิดขึ้นจากการวิจัยให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัย เว้นแต่จะมีข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยกับแหล่งทุนอื่นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มหาวิทยาลัยอาจแบ่งรายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากทรัพย์สินทางปัญญาตามวรรคหนึ่งให้แก่ผู้วิจัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ผู้วิจัยต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพนักวิจัยและแนวปฏิบัติของมหาวิทยาลัยและจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนั้นๆ ที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
ผู้วิจัยต้องยื่นขอรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ต่อคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
ผู้วิจัยจะต้องรายงานการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๕ ปี หลังจากโครงการวิจัยแล้วเสร็จ
หมวด ๕
การยกระดับมาตรฐานการวิจัย และการบริหารจริยธรรมการวิจัย
เพื่อให้การส่งเสริมและการบริหารจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยของประเทศและมาตรฐานสากล ให้คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เพื่อออกข้อบังคับให้สอดคล้องกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการดำเนินงานจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๘
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็นและกำหนดเกณฑ์เพื่อยกระดับมาตรฐานการวิจัยของมหาวิทยาลัย ภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้
หมวดที่ ๖
กองทุน
การบริหารกองทุนสนับสนุนการวิจัยให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยกองทุนพัฒนาสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์
บทเฉพาะกาล
เงินอุดหนุนการวิจัยที่มหาวิทยาลัย ส่วนงาน หรือหัวหน้าโครงการวิจัยได้รับก่อนที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่เดิม จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการวิจัย
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘