ข้อบังคับมหาวิทยาลัย
ตราสัญลักษณ์

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๘

ดาวน์โหลดข้อบังคับฉบับเต็ม (PDF)

โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยในมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ จึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้


ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการบริหารการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๘”

ข้อ ๒

ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓

บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด คำสั่ง หรือประกาศอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔

ในข้อบังคับนี้

  • “ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • “การวิจัย” หมายความว่า กระบวนการหาความรู้อย่างมีระเบียบหลักเกณฑ์ทางวิชาการซึ่งมีกำหนด แนวคิดทฤษฎีการใช้ข้อมูล การแปลความหมายและอธิบายข้อมูลเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ รวมทั้งการสร้างความรู้ใหม่ขึ้นจากความคิดร่วมกับข้อมูลใหม่
  • “นวัตกรรม” หมายความว่า กระบวนการ วิธีการจัดการ หรือรูปแบบการให้บริการ ที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ทางวิชาการหรือการวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ การบริหารจัดการ หรือการพัฒนาชุมชน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติได้
  • “คณะผู้วิจัย” หมายความว่า หัวหน้าโครงการวิจัย ผู้ร่วมวิจัย ที่ปรึกษา ผู้ช่วยวิจัย หรือ ผู้ปฏิบัติหน้าที่อื่นในโครงการวิจัย ที่ระบุไว้ในประกาศโครงการวิจัยหรือในข้อเสนอโครงการวิจัย แนบท้ายสัญญาให้เป็นผู้ร่วมโครงการวิจัย
  • “หัวหน้าโครงการวิจัย” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือผู้ที่มหาวิทยาลัยได้เชิญหรือมอบหมายหรือให้ทุนมาปฏิบัติงานวิจัยของมหาวิทยาลัยซึ่งมีหน้าที่บริหารโครงการวิจัย
  • “กองทุน” หมายความว่า กองทุนสนับสนุนการวิจัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • “เงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินกองทุน ววน.” หมายความว่า เงินอุดหนุนการวิจัยที่ได้รับจัดสรรจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • “เงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้มหาวิทยาลัย” หมายความว่า เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติเพื่อเป็นทุนอุดหนุนการวิจัย
  • “เงินอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย” หมายความว่า เงินอุดหนุนการวิจัยที่ได้รับจากบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรภายนอกมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ข้อ ๕

ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่ง หรือประกาศเพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

หมวดที่ ๑
คณะกรรมการ

ข้อ ๖

ให้มีคณะกรรมการบริหารการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้ง โดยการเสนอแนะของผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

  1. (๑) รองอธิการบดีที่กำกับดูแลงานสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นประธานกรรมการ
  2. (๒) รองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี เป็นรองประธานกรรมการ
  3. (๓) ผู้แทนคณาจารย์ไม่เกินสองรูปหรือคน เป็นกรรมการ
  4. (๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสองรูปหรือคน เป็นกรรมการ
  5. (๕) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
  6. (๖) รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้อีกสองรูปหรือคน

ข้อ ๗

คณะกรรมการตามข้อ ๖ มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจจะได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  1. (๑) มรณภาพหรือตาย
  2. (๒) ลาออก
  3. (๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการในประเภทนั้น
  4. (๔) อธิการบดีมีคำสั่งให้ออก

ในกรณีที่กรรมการ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแทนแล้ว ให้กรรมการผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้และให้กรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

ในกรณีที่กรรมการ พ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้รับการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่แล้ว

ข้อ ๘

คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจดังนี้

  1. (๑) กำหนดนโยบายด้านการวิจัยให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
  2. (๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการวิจัยของมหาวิทยาลัย
  3. (๓) ให้ความเห็นชอบโครงการวิจัย
  4. (๔) กำกับ ติดตามและประเมินผลโครงการวิจัย
  5. (๕) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือการวิจัยกับบุคคลหรือองค์กร ทั้งภายในและภายนอก
  6. (๖) พิจารณาให้รางวัลผลงานวิจัยและนักวิจัยของมหาวิทยาลัย
  7. (๗) พิจารณาแนวทางและกำกับติดตามการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
  8. (๘) ออก ประกาศ หรือกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
  9. (๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน หรือผู้ประสานงาน เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
  10. (๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่มหาวิทยาลัยมอบหมาย
ข้อ ๙

ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมตามข้อบังคับนี้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนหรือเบี้ยประชุมหรือค่าสมนาคุณตามข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๐

การประชุมของคณะกรรมการ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัยมาใช้โดยอนุโลม

หมวด ๒
เงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม

ข้อ ๑๑

เงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมมีสามประเภท ได้แก่

  1. (๑) เงินอุดหนุนการวิจัยจากกองทุน ววน.
  2. (๒) เงินอุดหนุนการวิจัยจากเงินรายได้มหาวิทยาลัย
  3. (๓) เงินอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๒

การจัดสรรเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้ดำเนินการดังนี้

  1. (๑) การจัดสรรเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามข้อ ๑๑ (๑) ให้เป็นไปตามที่กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กำหนด
  2. (๒) การจัดสรรเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามข้อ ๑๑ (๒) ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และต้องไม่น้อยกว่าสองหมื่นห้าพันบาทต่อโครงการวิจัย ทั้งนี้ต้องไม่เป็นเงินอุดหนุนของผู้วิจัยหรือคณะผู้วิจัยเอง
ข้อ ๑๓

การเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๑๔

การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมตามข้อ ๑๑ ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ข้อ ๑๕

การโอนงบประมาณอุดหนุนให้แก่มหาวิทยาลัย หรือค่าธรรมเนียมการบริการวิชาการ หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ จากโครงการวิจัย ให้ดำเนินการตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

หมวด ๓
การเสนอโครงการวิจัย

ข้อ ๑๖

ผู้มีสิทธิเสนอโครงการวิจัย ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. (๑) เป็นบุคลากรสายวิชาการหรืออาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัย
  2. (๒) มีความรู้ความสามารถหรือความชำนาญตามสาขาที่ทำการเสนอโครงการวิจัย
  3. (๓) ไม่เป็นผู้รับเงินอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเกิน ๒ โครงการในปีงบประมาณเดียวกัน เว้นแต่ได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัย
  4. (๔) ไม่เป็นผู้เคยมีประวัติเพิกเฉย ละทิ้ง ผิดสัญญา หรือยกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ย้อนหลัง ๓ ปี
  5. (๕) กรณีอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ๑๖ ได้ ให้เสนอคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ

ข้อ ๑๗

การขอรับเงินสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้ผู้วิจัยจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยพร้อมงบประมาณตามแบบที่มหาวิทยาลัยหรือแหล่งทุนกำหนด กรณีเงินอุดหนุนการวิจัยตามข้อ ๑๑ (๒) ผู้ให้ทุนจะต้องแสดงแผนการใช้จ่ายเงินตามรูปแบบของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS) และแสดงหลักฐานทางการเงินเชิงประจักษ์เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา

ข้อ ๑๘

ผู้วิจัยแต่ละรูปหรือคนจะต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการวิจัยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของโครงการ เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ข้อ ๑๙

ให้มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสองรูปหรือคนที่ตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาที่ทำการวิจัยทำหน้าที่ตรวจพิจารณา รายงานความก้าวหน้า รายงานวิจัยฉบับร่างสมบูรณ์ และรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

ข้อ ๒๐

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับโครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติแล้ว จะกระทำมิได้ เว้นไว้แต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ หรือตามที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีผู้วิจัยที่ได้รับทุนไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญารับทุนหรือผิดสัญญารับทุนข้อใดข้อหนึ่ง มหาวิทยาลัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญารับทุน และเรียกคืนเงินที่ได้จ่ายให้แก่ผู้วิจัยไปแล้ว รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้วิจัยได้

ข้อ ๒๑

โครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากแหล่งทุนอื่น ให้ผู้ที่ได้รับทุนนั้นรายงานแก่สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ทราบ พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป การบริหารการวิจัยและการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้วิจัยให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้ให้คำนึงถึงการบริหารการวิจัยตามที่แหล่งทุนกำหนด

หมวด ๔
การดำเนินการโครงการวิจัย

ข้อ ๒๒

หากมีกรณีหนึ่งกรณีใดเกิดขึ้น ให้ผู้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • (๑) ในกรณีที่ผู้วิจัยคาดว่า จะไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดในสัญญารับทุน ให้ผู้วิจัยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติขยายระยะเวลาก่อนสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาไม่น้อยกว่าหกสิบวัน หากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นว่า มีเหตุผลและความจำเป็นให้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้ตามความเหมาะสม
  • (๒) ในกรณีที่มีเหตุทำให้ไม่สามารถดำเนินการโครงการวิจัยต่อไปได้ ให้ผู้วิจัยชี้แจงเหตุนั้นพร้อมรายงานผลการดำเนินงานการวิจัยที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และรายงานการรับจ่ายเงินต่อสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เพื่อเสนอคณะกรรมการขออนุมัติยุติโครงการวิจัยภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีเหตุนั้นเกิดขึ้น หากคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า ผู้วิจัยไม่สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ ให้ยุติโครงการวิจัย

ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยต่อไปได้ โดยมิได้เกิดจากความผิดของผู้วิจัย ผู้วิจัยไม่ต้องคืนเงินในส่วนผลงานวิจัยที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ให้คืนเงินในส่วนที่คงเหลืออยู่ พร้อมทั้งผลงานวิจัยหรือผลผลิตที่เกิดจากโครงการวิจัยที่ดำเนินการไปแล้วให้แก่มหาวิทยาลัย

ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินโครงการวิจัยต่อไปได้ เนื่องจากความผิดของผู้วิจัย ผู้วิจัยต้องคืนเงินทั้งหมดที่ได้รับไปแล้ว พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อปี พร้อมทั้งผลงานวิจัยหรือผลผลิตที่เกิดจากโครงการวิจัยที่ดำเนินการไปแล้วให้แก่มหาวิทยาลัย และผู้วิจัยจะยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนวิจัยไม่ได้ เป็นระยะเวลา ๓ ปี นับตั้งแต่วันยุติโครงการวิจัย คณะผู้วิจัยต้องร่วมกันรับผิดชอบตามสัญญา รวมทั้งค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการดำเนินโครงการวิจัย

ข้อ ๒๓

โครงการวิจัยที่คณะกรรมการสั่งให้ยุติโครงการวิจัย หน่วยงานที่ให้ทุนจะต้องนำเงินงบประมาณของโครงการนั้นทั้งหมดอุดหนุนเข้ากองทุนสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัย เว้นไว้แต่โครงการวิจัยภายนอกที่แหล่งทุนกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ข้อ ๒๔

เมื่อโครงการวิจัยแล้วเสร็จให้ผู้วิจัยจัดส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์พร้อมผลผลิตของโครงการวิจัยนั้นต่อมหาวิทยาลัย พร้อมรายงานการรับจ่ายเงินและส่งคืนเงินเหลือจ่ายแก่มหาวิทยาลัยตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด เมื่อมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการตรวจสอบรายงานการวิจัยและรายงานการรับจ่ายเงินแล้วเห็นว่าถูกต้องสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยจะแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้รับทุนทราบ

ข้อ ๒๕

งานวิจัย นวัตกรรม หรือผลผลิตที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย ข้อมูลที่จัดทำขึ้นไว้ในการดำเนินการวิจัยไม่ว่าในลักษณะใด รวมทั้งทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการวิจัย ผลผลิตหรือผลงานที่เกิดขึ้นจากการวิจัยให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัย เว้นแต่จะมีข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยกับแหล่งทุนอื่นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มหาวิทยาลัยอาจแบ่งรายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากทรัพย์สินทางปัญญาตามวรรคหนึ่งให้แก่ผู้วิจัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อ ๒๖

ผู้วิจัยต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพนักวิจัยและแนวปฏิบัติของมหาวิทยาลัยและจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนั้นๆ ที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ข้อ ๒๗

ผู้วิจัยต้องยื่นขอรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ต่อคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์

ข้อ ๒๘

ผู้วิจัยจะต้องรายงานการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๕ ปี หลังจากโครงการวิจัยแล้วเสร็จ

หมวด ๕
การยกระดับมาตรฐานการวิจัย และการบริหารจริยธรรมการวิจัย

ข้อ ๒๙

เพื่อให้การส่งเสริมและการบริหารจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยของประเทศและมาตรฐานสากล ให้คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เพื่อออกข้อบังคับให้สอดคล้องกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการดำเนินงานจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๘

ข้อ ๓๐

คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็นและกำหนดเกณฑ์เพื่อยกระดับมาตรฐานการวิจัยของมหาวิทยาลัย ภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้

หมวดที่ ๖
กองทุน

ข้อ ๓๑

การบริหารกองทุนสนับสนุนการวิจัยให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยกองทุนพัฒนาสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๒

เงินอุดหนุนการวิจัยที่มหาวิทยาลัย ส่วนงาน หรือหัวหน้าโครงการวิจัยได้รับก่อนที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่เดิม จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการวิจัย

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว 

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
BRIMCU AI

BRIMCU AI

การบริการเอไอตอบข้อมูลแก่นักวิจัย

คลิกที่นี่เพื่อเริ่มใช้งาน